ต่อจากบทความที่แล้ว (เนื่องจากเป็นชุดบทความที่ยาวมาก เราจึงจำเป็นต้องฉีกบทความเพื่อประโยชน์แง่การโหลด การอ่านที่ไม่ยาวเกินไป และแง่ของ SEO ครับ)
ว่านเศรษฐีใบโพธิ์(๕, ๗, ๘) ใบคล้ายใบโพธิ์ หัวคล้ายเสน่ห์จันทร์แดง แต่ใบกับหัวกินเข้าไปแล้วคันคอมาก(อันเป็นผลจากผลึกแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งมีมากในพืชตระกูลนี้) ปลูกไว้กับบ้านทำให้ร่มเย็นเป็นสุข(กลุ่มนี้บางตำราจึงเรียก “ว่านนกคุ้ม” ผมเล่นต้นที่ใบงุ้มครอบคล้ายตัวนกคุ้มและมีลายด่างประปรายที่ใบ) ให้บังเกิดลาภผลมาสู่บ้านเมืองนั้นเนือง ๆ ถ้าเอาหัวกับใบกินจะเป็นคงกระพันชาตรีอีกด้วย(๕, ๗, ๘) ยิ่งเอาหัวว่านที่แก่มาแกะเป็นรูปพระภควัมบดี(๗) ปิดทวารทั้ง ๙ แล้วเศกด้วยคาถา “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” รวม ๗ คาบ แล้วจึงนำเอาติดตัวไปไหน ๆ ด้วย ใช้ในทางคงกระพันชาตรี และเป็นเมตตามหานิยม เป็นมงคลวิเศษเลย(๘)
สำหรับเรื่องการกินหัวว่านสด อันนี้ผู้เขียนไม่แนะนำนะครับ เนื่องจากว่าพืชชนิดนี้นับว่าเป็นพืชมีพิษ คือยางคันมาก ผู้เขียนเองเคยแกะหัวว่านเป็นรูปพระปิดตา โดยไม่ได้สวมถุงมือยาง เล่นเอาคันมือไปเสียนานสองนาน ยิ่งใครที่แพ้ได้ง่ายด้วยนับว่าอันตรายทีเดียวครับ
ว่านนี้มีอีกชนิดหนึ่งที่ต้นคล้ายกันมากคือว่านโพธิ์พุทธคยา แตกต่างกันที่ว่านโพธิ์พุทธคยา มีแผ่นใบเรียบกว่า และมีเส้นใบนูนเด่นชัดเจนกว่า(๑๑)
และตำรา อ. ส.เปลี่ยนสีระบุว่า “เศรษฐีใบโพธิ์” คล้ายกวักใบโพธิ์แต่ปลายแหลมกว่า และเศรษฐีใบโพธิ์ดอกกวักออกนอกต้น(ดอกกวักใบโพธิ์กวักเข้าหาลำต้น)
ว่านเศรษฐีมงคล(๕, ๘, ๑๐) หัวคล้ายตะไคร้ ต้นและใบเหมือนเศรษฐีธรรมดา(๕) คือใบเหมือนใบกุ่ยฉ่าย ปลูกไว้ในบ้านเป็นเสน่ห์มหานิยม จักนำลาภผลมาให้ เป็นว่านเสี่ยงทายถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ของเจ้าของว่าน ว่าจะคงความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ หากว่านเจริญงอกงามดีก็แสดงในส่วนข้างดี(๘)
ตามตำรา กบิลว่าน ๑๐๘ โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร บรรยายว่า ใบและต้นคล้ายๆกับว่านเพชรหลีก แต่ใบแคบและยาวกว่าเพชรหลีก ไม่มีหัว โคนต้นมีรากเป็นไหลขาวแบบหัวตะไคร้ ถ้าเวลาว่านนี้ออกดอกจะเกิดลาภได้อย่างเห็นทันตา(๑๐)
ต้นนี้มีหลายแบบด้วยกัน มีทั้งชนิดใบแคบมากพบได้ในป่าเมืองไทย เรียก ซุ้มกระต่ายป่า และต้นที่ใบกว้างมาก(ต้นใบกว้างมากนี้ถ้ามีแถบขาวเรียก เศรษฐีเรือนแก้ว(ต้นใหม่))
ว่านเศรษฐีเรือนเตี้ย(๕, ๗, ๘) ต้นและใบคล้ายว่านเศรษฐีขอดแต่ใบเล็กกว่า สรรพคุณใช้ได้เหมือนว่านเศรษฐีขอด ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยม นำลาภผลมาให้
ต้นนี้มีที่เข้ามาใหม่ที่ใบเตี้ยปรกดิน ซึ่งเศรษฐีเรือนเตี้ยหรือเรือนเบี้ยที่เล่นหากันในวงการว่านนั้นเป็นต้นที่เรียกว่าหนวดปลาดุกที่ใบไม่สั้นมากนักครับ
ว่านเศรษฐีอินเดีย(๗, ๘) ต้นและใบคล้ายว่านเศรษฐีเรือนนอก แต่ใบสั้นบางกว่า ใบมีริมขาวน้อย ๆ หัวเหมือนหัวเทียนไข(เป็นส่วนของรากสะสมอาหาร แบบเดียวกับนมกระชาย) ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยม นำลาภมาให้ ว่านนี้เชื่อกันว่าถ้าเจริญงอกงามดีเจ้าของก็จะได้เป็นเศรษฐีมั่งมีเงินทอง(๗, ๘)
ว่านเศรษฐีนางกวัก(๗, ๘) หรือว่านมหาเศรษฐี(๕, ๗, ๘) หัวคล้ายหอมหัวใหญ่ ใบคล้ายว่านเฒ่าหนังแห้ง แต่มีก้านยาวและใบใหญ่กว่าว่านเศรษฐีทุกชนิด ปลูกไว้ในบ้านเป็นเสน่ห์มหานิยม นำลาภผลมาให้ เป็นว่านเสี่ยงทาย หากว่านนี้เจริญงอกงามดีเจ้าของว่านจะพบกับความสมบูรณ์พูลสุขของ แต่เมื่อหากว่านนี้เหี่ยวแห้งทรุดโทรม ก็แสดงว่าเจ้าของว่านก็กำลังประสบปัญหาชีวิต
ต้นนี้ตามตำราของ อ. ส.เปลี่ยนสีระบุว่าเป็นต้นที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “ว่านมหามงคล” ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำเต้าทองชนิดที่มีดอกเป็นช่อ ซึ่งมีทั้งชนิดหัวกลมและหัวรีโดยส่วนมากต้นและหัวจะใหญ่กว่าเศรษฐีน้ำเต้าทอง

รูปว่านเศรษฐีใบพาย(ชนิดที่ ๑) หรือนางกวักทอง ตามตำราของ ส. เปลี่ยนสี ซึ่งต้นนี้น่าจะตรงตำราเก่าที่สุด
ว่านเศรษฐีใบพาย หรือว่านนางกวักทอง(๗, ๘) ใบคล้ายใบพาย ต้นคล้ายต้นธรณีสาร ดอกงามยิ่งนัก(๗, ๘) ปลูกไว้กับบ้านเป็นศิริมงคลยิ่ง สามารถกวักเงินกวักทอง ให้เกิดลาภผลทุกอย่างมาสู่บ้านที่มีว่านนี้ปลูกอยู่ เป็นมิ่งขวัญแก่ผู้ปลูก ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข(๗, ๘)
ปัจจุบันมีกลุ่มกวัก หรือแม่ทองใบที่เล่นเป็นเศรษฐีใบพายด้วยอีกตัว เพราะใบเหมือนใบพายเช่นกัน แต่ดอกเป็นช่อสวยงามมากต้นนี้มีชื่ออีกชื่อว่ากวักหงสา แต่ต้นนี้จะไม่ใช่นางกวักทองเนื่องจากต้นนี้สีเขียวล้วน

รูปว่านเศรษฐี (ชุนเช่าอีกตัวที่เป็นชนิดหัวหอม หรือเศรษฐีมงคลตามตำรา อ.พรานเฒ่า อ.แสวง หรือ อ.มา และ อ.เชษฐา)
ว่านเศรษฐี(หอมดำ, พังพรไฟ, เสือร้องไห้)(๕,๗) หัวเหมือนหัวหอม ใบเหมือนใบกุยช่าย มีสีเหลืองนวล แก้พิษ แผล ฝี และคงกระพัน (ว่านต้นนี้เป็นชนิดหัวหอม คือชุนเช่าอีกแบบหนึ่งเป็นต้นตกทอดจากตระกูลของคุณนพคุณ คุมา) ต้นนี้ตามตำรา อ.พรานเฒ่า เรียก เศรษฐีมงคล
ว่านเศรษฐีแขก(๘) ลำต้นมีรูปเป็นกระบอกใหญ่และหนา มีเป็นกลีบหรือสันเป็นปีกแข็งแรง ตั้งเป็นแนวขึ้นไปเป็นแถว ตอนปลายปกคลุมด้วยขนอ่อน รอบหัวจุกข้างบนมีหนามมาก ดอกออกเป็นสีเหลืองชูขึ้นตรง ๆ คล้ายหัวจุกสับปะรด ยอดดอกมักจะขมและฝาดจัด ผลกลมยาวมีขนขาว ๆ คลุมผลทั่วไป เมล็ดเป็นสีดำเป็นมัน ไม่มีใบ ปลูกใส่กระถางไว้เป็นไม้ประดับ เวลามีดอกเชื่อกันว่าจะนำโชคมาสู่เจ้าของที่ปลูก(๘)
ว่านชนิดนี้ก็คือตะบองเพชรพันธ์ดั้งเดิมที่เข้ามาในประเทศไทยนั่นเอง ด้วยเพราะเป็นไม้แปลกใหม่และมีแต่เศรษฐีหรือท้าวพระยาเท่านั้นที่มีเล่นหากัน ต่อมาเมื่อจำนวนแพร่หลายมากขึ้น จึงได้เข้าสู่ชุดว่านเศรษฐีไปกับเขาด้วย เรื่องนี้ทำให้เข้าใจที่มาและธรรมชาติของต้นไม้ที่เรียกว่า “ว่าน” กลุ่มหนึ่ง(แปลว่ายังมีกลุ่มอื่นๆด้วย)ว่า มาจากคติชนนิยม ที่พากันแต่งตั้งเรียกขานและพากันยอมรับต้นไม้ชนิดหนึ่งๆ ด้วยเหตุผลที่ต่างๆนานา สุดท้ายเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของนักเลงว่านแต่ละท่านกันเองว่า จะยอมรับพืชชนิดใดบ้างที่จัดเป็นว่าน
อนึ่งว่านนี้ตำราบังคับไปถึงสีดอกว่าเป็นสีเหลืองซึ่งว่านต้นนี้ดอกสีเหลืองหายากมาก พบมากที่สุดคือดอกสีชมพู และขาว ดังนั้นหากจะเล่นกันแบบลึกๆจริงๆควรคัดเฉพาะต้นดอกสีเหลืองครับ
อรรถวัติ กบิลว่าน
ทีมงาน: ssbedu.com













