นอนกำพระสวดมนต์: แม้ยามหลับก็สร้างบุญบารมีได้

ต้องขอบอกกล่าวว่า ผมศรัทธาในปฏิปทาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงมาก ได้เคยเดินทางโดยลำพังเพื่อไปเรียนวิชามโนมยิทธิตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนอยู่ ม.4 จากนั้นก็เพียรพยายามฝึกฝนวิชาฝ่ายจิตมาอยู่เนืองๆ หลากหลายศาสตร์วิชาด้วยกัน อีกทั้งฝึกแนวการสร้างบุญบารมีและการบำเพ็ญแนวพุทธภูมิตามอย่างหลวงปู่ดู่-หลวงตาม้า โดยเคยได้บวชที่วัดถ้ำเมืองนะเป็นเวลา ๑ พรรษา สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อคือ แนวการปฏิบัติที่ผมเขียนนี้จึงเป็นแบบ “แนวผสมผสาน” ตามภูมิที่เรียนมาและเข้าถึงส่วนตัวเท่านั้น (เป็นวาสนาส่วนตัวที่ฝึกมาแบบนี้ครับ) อาจจะมีอะไรผิดแปลกไปบ้างเมื่อเทียบกับ “สายบริสุทธิ์” ดังนั้นแล้วหากบทความใดๆ มีความผิดแผกไปบ้างจากที่ท่านเคยได้ยินได้ทราบหรือตามแบบที่เคยปฏิบัติ ก็ขอให้รับฟังอย่างอุเบกขานะครับ เพราะงานเขียนนี้ ผมเขียนออกมาให้ “หลายกลุ่มการปฏิบัติ” ได้อ่านกัน ผมพยายามที่จะสื่อออกมากลางๆไม่โลดโผนนัก และจะไม่พยายามเขียนในสิ่งที่ไม่ได้สัมผัสหรือฝึกมา ตลอดจนพยายามตรวจเช็คอยู่เสมอก่อนนำออกเผยแพร่ครับ….

ชุดพระเครื่อง วัตถุมงคล ที่ผู้เขียนใช้กำภาวนาตลอดในเวลาหลับ โดยผู้เขียนจะพันสร้อยประคำและล็อคไว้ไม่ให้หลุด ตลอดเวลาหลับ

หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเมตตาเล่าว่าในสมัยเด็กๆ คุณย่าท่านให้ภาวนา “พุทโธ” สามครั้งก่อนนอน และท่านชอบจับภาพพระอยู่เสมอ(อ้างอิงจากหนังสือและเทปคำสอน) นั่นเป็นบาทฐานในกรรมฐานและทิพจักขุญาณในวาระต่อมา… ตลอดจนท่านแนะนำให้ศิษย์ภาวนา พุทโธ หรือ “นะมะพะทะ” จนกระทั่งหลับ โดยหลวงพ่อฯแนะวิธีเช็คกำลังใจและระดับสมาธิที่ได้ก่อนจะเข้าสู่ภาวะตัดหลับ ท่านว่าตลอดระยะเวลาที่หลับนั้นทรงสมาธิระดับใด บุญจะเกิดขึ้นในระดับนั้นตลอดเวลาที่หลับ เช่น ถ้าจิตทรงทุติยฌานก่อนหลับ ตลอดเวลาที่หลับถือว่าได้บุญในระดับทุติยฌาน (หลับ ๘ ชั่วโมงก็ได้บุญ ๘ ชั่วโมง) แบบนี้ถือว่ากำไรมากใช่ไหมครับ…

เมื่อคราวมาศึกษาต่อยอดในแนวของหลวงปู่ดู่-หลวงตาม้า ท่านแนะนำในแบบเดียวกัน แต่บทที่ใช้จะใช้หัวใจไตรสรณคมณ์ คือ “พุท ธะ สัง มิ” หรือบทพระมหาจักรพรรดิ อันมี นะโมพุทธายะ พระพุทธไตรรัตนญาณฯ เป็นต้น สวดคลอไปจนหลับ และเมื่อตื่นแล้ว หากจิตละเอียดดีสติมั่นมันจะจับรู้ว่าตัดหลับไปที่คำภาวนาใด และสามารถต่อได้ แต่ถ้าต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ก็ให้สวดขึ้นต้นใหม่  

ข้าพเจ้าพบว่าวิธีการ คณนา(นับจังหวะด้วยคำสวด) ควบฐาปณะ(เอาจิตวาง) ด้วยอานาปานสติ จะทำให้เกิดความผ่องใสของจิตได้ดีมาก จิตสงบระงับและเข้าสมาธิได้เร็ว หากทำชำนาญจะหลับเร็วมาก และเมื่อตื่นขึ้นมาก็จะมีอารมณ์ผ่องใส ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่…

อีกประการหนึ่งเพื่อประโยชน์เต็มที่ มือผมจะกำพระที่ผมนับถือ หรือพระตามสายวิชาที่เรียนเอาไว้ด้วย เพื่อให้จิตและธาตุแนบแน่นกับพระมากยิ่งขึ้น (เป็นทริคที่ผมเคยลองเปรียบเทียบกับการไม่ได้กำพระแล้ว พบว่า “การกำพระได้ผลดีกว่าภาวนาเฉยๆ หรือดีกว่าคล้องพระเฉยๆโดยไม่ได้กำพระ” ครับ) ซึ่งการกำพระแล้วภาวนาไปด้วยนี้ ทางสายหลวงปู่ดู่-หลวงตาม้าท่าน นิยมทำกัน

ประโยชน์ที่จะบังเกิด

  • ทำให้คลายกังวลและหลับไว: โดยให้วางจิตปล่อยวาง และจับลมแบบแผ่วเบา การเข้าสมาธิเพื่อเข้าสู่โหมดหลับจะทำได้ง่ายและเร็ว
  • ตื่นมาก็มีแรง การพักผ่อนเป็นไปอย่างเต็มที่โดยใช้เวลาน้อย
  • บุพกรรมปัญหาอุปสรรคเบาบาง: โดยมีทริคคือ ให้ทำการสัพเพฯ ก่อนและหลังตื่นนอน โดยทุกๆครั้งให้กำหนดจิตไปที่เจ้ากรรมนายเวร ผู้มีพระคุณ ตลอดจนถึงดวงจิตทุกๆดวงทั่วสากลจักรวาลฯ เรื่องนี้พิสูจน์ยืนยันผลโดยตัวผมเอง ซึ่งตามปกติชะตาชีวิตผมตามหลักโหราศาตร์ที่เคยศึกษา ชะตาชีวิตผมจะผกผันมาก เต็มไปด้วยอุปสรรคและเจ้ากรรมนายเวร เรียกว่าเผลอเมื่อไรเป็นโดนทันที ผมก็อาศัยทริคนี้และอื่นๆเอาตัวรอดพ้นภัยหนักมาได้ตลอด…
  • โรคภัยเบาบางลง: โดยควบกับการอธิษฐานฟอกธาตุทั้งก่อนและหลังตื่นนอน
  • ช่วยเหลือบุคคลที่เกี่ยวข้อง: เป็นทริคพิเศษของพุทธภูมิ ใช้เมื่อจิตมีกำลังมาก กายธาตุแข็งแรง โดยเจตภูติจะไปทำงานขณะหลับ จะมีอาการรู้-เห็นคล้ายฝัน ข้อพึงระวังคือถ้ากำลังยังไม่ถึงหรือไม่เข้าใจเทคนิคจะกินพลังงานมาก ร่างกายจะเหนื่อยล้า…ซึ่งสามารถกันและแก้ได้โดยการฟอกธาตุขยายธาตุอยู่เนืองๆ, ใช้วิธีหมั่นขยายธาตุด้วยการลูบพลาเข้าตัว(สายเขาอ้อ), หรือใช้วิธีขยายภาชนะกายโดยวิชาพลังจักรวาลหรือวิชาว่าด้วยปราณ…, อาจปรับธาตุรักษาธาตุด้วยการกินยาวาสนาจินดามณี หรือกินน้ำมนต์จักรพรรดิ…ที่สำคัญหากจะทำทุกครั้งให้อยู่ในการดูแลของหลวงปู่ดู่ ให้หลวงปู่พาไปตลอดนะครับ…

ฝึกฝนไปเรื่อยๆครับ “ทำ” ดีกว่าไม่ทำ ธรรมใดๆเป็นเรื่องของการปฏิบัติแล้วจึงเข้าถึงและเห็นผล…

ผู้พันอรรถ

๑๕ ม.ค.๖๒

ทีมงาน: ssbedu.com เราจะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น ด้วยการศึกษาแนวใหม่ฯ 

คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]

พุทโธตัด: ทริคว่าด้วยการเกลานิสัย และการฝึกสัจจะบารมี

เคยไหมครับหลายต่อหลายครั้งที่ติดพันกับอะไรที่สนุกๆ ไม่ว่ากำลังเล่นเฟส อ่านหนังสือ ดูหนัง ฯลฯ แล้วจริงๆหมดเวลาแล้ว ต้องไปทำกิจกรรมอื่นๆ หลายต่อหลายคนพ่ายแพ้ต่อกำหนดเวลานั้น ทำให้ต้องกินเวลาอื่นที่วางแผนไว้ จริงๆก็ไม่ผิดอะไรมาก ชีวิตเป็นของเรา เกเรบ้างก็เป็นรสชาติชีวิตดี บางทีเป็นเป็นเครื่องเร่ง speed ชีวิตของเราดีเสียด้วย แบบที่เขาพูดว่า dead line เป็นอะไรที่ทำให้งานสำเร็จได้ดีมาก

แต่แน่นอน ถ้ามากเกินไปก็ไม่ดี เพราะเราจะมีชีวิตที่แพลนอะไรไม่ได้เลย เรียกว่า “สัจจะชีวิต” ไม่มี… ลองแบบนี้ครับ เริ่มจากง่ายๆ ผมภาวนาว่า “พุทโธตัด” จากนั้นก็ทำกำลังใจหนักแน่นและวางกิจกรรมนั้นลง พรุ่งนี้ถ้าไม่ตายหรือเมื่อมีโอกาสหน้าค่อยมา “ต่อ” ใหม่ ซึ่งเรื่องนี้นักปฏิบัติบางท่านโหดกว่าผมอีก ประมาณว่าถ้าทีวี หรือหนังเรื่องไหนกำลังสนุกๆ พีคสุดๆ ท่านก็หยุดดู และไม่กลับมาดูอีก ประมาณว่า “ละครก็คือละคร สวดมนต์ดีกว่า…” เอากับท่านสิ…

พระร่วงวาจาสิทธิ์ ตามตำนานวีรบุรุษในพงศาวดารเหนือ และในนิทานพื้นบ้านแถบสุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก ตาก อุตรดิตถ์ เชื่อกันในบางกลุ่มว่า คืออดีตชาติของพระโพธิสัตว์ใหญ่พระองค์หนึ่ง ที่ได้ลาพุทธภูมิแล้ว

เรื่องนี้ประยุกต์ใช้ กับ “พุทธโธตื่น” โดยเมื่อเราคำนวณเวลาพักผ่อนดีแล้ว ตั้งกำหนดเวลาตื่นเหมาะสมแล้ว และตั้งเวลาปลุกในมือถือหรือนาฬิกาดีแล้ว.. เคยไหมครับที่ใจเราอ้อนกับตัวเองว่า ...”ขอนอนอีกหน่อยน่า…” สุดท้ายก็เลยสาย ลองทำแบบนี้นะครับ ภาวนา “พุทโธตื่น” จากนั้นทำกำลังใจลุกมากราบพระ แล้วค่อยๆไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปลงฟัน อันนี้ต้องสู้กันหนักทีเดียวผมเข้าใจดีครับ…
 
หากใครที่สามารถเกลานิสัยดังกล่าวได้ “รู้เปิดรูปิด” จิตจะมีความเด็ดขาดเด็ดเดี่ยวมั่นคง… พอทำอย่างนี้งวดเข้าๆ “สัจจะบารมี” มันจะบังเกิดครับ เวลาเรานึกคิดหรือทำอะไรก็จะขลัง และจะมีผลตามนั้น… จริงๆแล้วในวิชาทำสายสิญจน์วิชาหนึ่ง ในการตัดด้ายสายสิญจน์ ขั้นตอนตัดด้าย ท่านให้ภาวนา “พุทธโธตัด” โดยมีอารมณ์สองประการควบกันคือ ๑.ตัดด้ายที่มีอาคมยิ่งโดยไม่มีโทษ และ ๒.ตัดทุกข์ภัยของผู้ที่เราทำด้ายมงคลให้… เราต้องใช้อารมณ์ระดับเดียวกันนี้ เทียบเคียงทำนองนี้แหละครับ
ผมกำลังชี้ให้เห็นอีกประการหนึ่งว่า “พิธีกรรม” การปฏิบัติธรรม” “ไสยศาสตร์” เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้และหนุนเนื่องกันและกัน…. การฝึกฝน การปฏิบัติ การใช้ชีวิตมันควรจะหนุนเนื่องมีเหตุ-มีผลต่อกันและกัน ชีวิตก็จะเรียบง่ายสบายๆ

ไหนๆก็ไหนๆครับ แถมคาถาบูชาพระร่วง (ฉบับเมืองสุโขทัย วัดพระปราง กรุพระร่วง รางปืน) ซึ่งผมใช้เป็นประจำ ตัวคาถามีให้แล้วหาง่าย แต่แยบคาย(หายาก)นั้นต้องต่อในสำนัก หรือค้นหาฝึกฝนทำให้ถึงเองครับ…

ตั้ง นะโม 3 จบ

อิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ
ทุติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ
ตะติยัมปิ อิมัง สัจจะวาจัง อธิฏฐามิ

จะทำการสิ่งใด จะจะปลุกเสกก็ดี พูดอธิษฐานเป็นประกาศิต ให้ภาวนาพระคาถานี้ เอานี้วชี้มือขวาสีปากไปทางขวาสามหน พูดสิ่งใดเป็นไปตามปากทุกอย่าง เมื่อทำ อย่าแช่งใคร อย่าด่าใคร เป็นไปตามปากทั้งนั้น ทำเสร็จถอนด้วย

อิมังสัจจะวาจัง ปัจจุทะรามิ ทุติ อิมังสัจจะวาจัง ปัจจุทะรามิ ตะติ อิมังสัจจะวาจัง ปัจจุทะรามิฯ

หน๋านอรรถ
๑๔ ม.ค. ๖๒
ทีมงาน: ssbedu.com
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]

การถอยหลังเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า

หลายต่อหลายครั้งความสำเร็จของคนเราไม่จำเป็นต้องสวยงามในทุกย่างก้าว ขอให้ผลรวมมันออกมาดีก็พอ เปรียบเหมือนการเทรดหุ้น คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกเกมส์ ของให้ผลรวมคุณอยู่ในแดนบวกอย่างสม่ำเสมอก็พอ

บางคราวเมื่อหมากเกมส์ชีวิตมันจนแต้ม การถอยจึงนับเป็นยุทธวิธีอันยอด หลายคนยอมจมไม่เป็น ยอมแพ้ในเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ หวังจะชนะทุกเกมส์ ทำให้สูญเสียการควบคุมจิตใจ สุดท้ายกลายเป็นว่ากลับแพ้ในเกมส์นั้นเสียราบคาบ

ผ่อนสั้นผ่อนยาวเสียบ้าง ยอมถอยหลังบ้างเพื่อตั้งหลักและก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบเสียทุกเรื่อง ขอให้ภาพรวมสวยงาม โอเค ก็เพียงพอแล้ว

จากใจทีมงาน: ssbedu.com

คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]

กระโดดข้ามปัญหาอย่างรวดเร็ว

กระโดดเลยครับ ปัญหามีให้ข้ามไม่ได้มีไว้แบกครับ อย่าเสียเวลากับมันมาก ข้ามทันที…

ผมชอบเนื้อหาบทเพลง สัญญาหน้าฝน(1) ท่อนหนึ่งของวงคาราบาวที่ว่า “เป็นควาย มันไม่มีปัญญา….. ปัญหาเลยไม่มี…..” นั่นน่ะดิ…..บางทีเราอาจจะต้องลองใช้วิถีแบบควายๆดูบ้างนะ….

ควายมันไม่คิดอะไร กิน นอน ลงปรัก เคี้ยวเอื้อง ผมทำเว็บนี้คิดแบบควายๆเลยครับ ไม่กลัวปัญหาใดๆทั้งสิ้น ผมเลือกที่จะทำและลุย เริ่มแรกผมไม่ถนัดในการทำเว็บไซต์แนวขายของเลย แทบไม่มีอะไรในหัว Woocommerce, เว็บเชิงสมาชิกเพื่อโหลดหรือดูไฟล์วีดีโอ, หลักแนวคิดทางการเงินของเว็บขายของ ฯลฯ ผมทำไม่เป็นครับ ไม่มีอะไรในหัวในตอนเริ่มแรก ผมแค่มีเป้าหมายปลายทางว่า “จะทำเว็บการศึกษา อบรม รูปแบบหนึ่งที่โคตรๆดี” ก็เท่านั้น

ตอนแรกๆคิดจะว่าจ้างคนช่วยทำเว็บ แต่สุดท้ายระยะยาวจะจุกจิกหลายๆอย่าง ผมคิดว่าองค์กรผม ผมต้องสร้างเอง เพื่อให้มันส่งต่อเจตนารมณ์ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเวลามีปัญหา ผมพยายามไม่เสียเวลาไปกับมัน ผมกระโดดข้ามทันที ถ้ามันสูงไปผมก็แค่หันไปทำอย่างอื่นก่อน ว่างๆค่อยกลับมา เพราะโปรเจคและงานสนุกๆผมเยอะครับ…

ควายมันคิดไม่เยอะครับ ปัญหาเลยไม่เยอะ เบาๆ ชิวๆ นะครับ

แนวคิดโดยรวม ที่อยากจะแบ่งปันคือ ผมค้นพบว่าหลายๆครั้งของความลำบากหรือปัญหาที่ทำให้เราไม่กล้าออกมาทำอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือทำก็ไม่สำเร็จ เกิดจากตัวคุณเอง หรือสังคมยัดเยียดความกลัวมากไป ทั้งๆที่ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็มีปัญหาให้แก้ทั้งนั้น ปัญหาที่เหมาะสม ในระยะยาวมันดีต่อเราด้วยซ้ำไป ขึ้นอยู่กับคุณมองว่าปัญหานั้นมันเป็นช้างหรือมันแค่หมู

ดังนี้แล้ว ก็รออะไรอยู่ครับ ถ้าคุณมีอะไรในหัวดีๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก็เริ่มจากลงมือทำเลยครับเดี๋ยวนี้แล้วค่อยๆเรียนรู้กันไปทีละเปราะทำเอามันทำหนุกๆหน๋านๆไป ถ้าเป้าหมายคุณชัดเจน คุณไม่ยอมปล่อยมือจากความฝัน สักวันต้องถึงครับ หรือถ้ายังนึกไม่ออก ลองหา Content ดีๆ แล้วสร้างมัน มาร่วม enjoy กับเราครับ

สู้ๆจร้า….??

อรรถ

21 ต.ค.61

อ้างอิง

  1. https://www.youtube.com/watch?v=JeqNgjiShdw. สัญญาหน้าฝน คาราบาว.
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]