ว่านตระกูลที่เรียกว่า “เศรษฐี…” (ตอนที่ ๓ ตอนจบ)

ต่อจากตอนที่ ๒ …..

รูปว่านเศรษฐีจีน

ว่านเศรษฐีจีน(๘) ลำต้นอิ่มน้ำ มีหนามเต็มไปด้วยกระบองเพ็ชร มีรูปเป็นเหลี่ยม ๔ เหลี่ยม แบนหน่อยคล้ายฝักถั่วพู(๘) ไม้นี้กล่าวกันว่า ถ้ามีดอกออกมามากคู่ ๔ คู่ ๘ คู่ หรือถึง ๑๖ คู่ได้ จะยิ่งวิเศษมาก นัยว่าจะทำให้เจ้าของได้รับโชคลาภยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย(๘)

ว่านเศรษฐีจีน (ชนิดดอกขาว)

ว่านตัวนี้มี ๒ ต้นคือ ๑ คือโป้ยเซียนพันธ์โบราณนั่นเอง เป็นพันธ์แรกๆที่เข้ามาในประเทศไทย ลักษณะต้นจะไม่อวบน้ำเท่าพันธ์ในยุคหลังๆ และดอกจะเป็นดอกเล็กกว่าพันธ์สมัยใหม่ มีสีขาว เหลือง และแดง

ว่านเศรษฐีจีนที่ทรงต้นคล้ายถั่วพลู

อีกต้นคือกลุ่มกระบองเพชรที่นิยมปลูกในบ้านคนจีนโดยเฉพาะบ้านเศรษฐี ดังรูป

รูปว่านเศรษฐีญวน  (อ.หล่อเรียก เศรษฐีขาว)

ว่านเศรษฐีญวน(๘) (ยุคหลังๆบางตำรามักเรียกว่า เศรษฐีไซง่อน) ลักษณะ ขึ้นเป็นกอ ๆ เป็นพุ่มแบน ๆ หรือเกือบแบน ใบกว้างตั้งแต่ ๐.๒๕ ถึง ๐.๕ นิ้วฟุต ยาวมากคล้ายใบหญ้า อาจยาวถึงตั้ง ๓ ฟุตก็มี ปลายแหลม เส้นใยมาก ก้านออกชูขึ้นสูงเทียม ๆ กับใบเห็นได้ถนัด ยาวเป็นช่วง ๓-๖ นิ้ว ดอกสีขาวหรือสีไลแลค(ขาวค่อนไปทางสีเทาม่วงอ่อน) แตกงวงเล็ก ๆ ในช่อยาวเกือบครึ่งนิ้ว(๘)

รูปว่านเศรษฐีมอญ (ต้นนี้คือว่านเศรษฐีที่ดอกสีเปลือกไข่ไก่ หัวเป็นหัวหอมแบบว่านนางล้อม)

ว่านเศรษฐีมอญ(๙) ลำต้น ใบ และหัวเหมือนว่านนางล้อมทุกอย่าง แต่ใบอ่อนกว่า สีเขียวเข้ม ดอกสีขาวนวล สรรพคุณเป็นว่านใช้ทางมหานิยมและโชคลาภ(๙)

รูปเศรษฐีมอญ รูปจากตำรา อ.หล่อ

 

รูปเศรษฐีมอญ ต้นของคุณนพคุณ

หมายเหตุ: ต้นนี้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนนัก อ.นพคุณ ระบุว่าเศรษฐีมอญคล้ายต้นชุนเช่า หรือซุ้มกระต่าย แต่มีดอกสีขาว ซึ่งน่าจะเป็นไม้ในประเทศไทย ที่ทางแถบเหนือเรียกนางแลว (ชุนเช่าหรือต้นเมียหลวง ดอกจะสีม่วงหรือชมพูซึ่งการเล่นหาจะยึดเอาต้นที่ใช้จริงในพิธีแต่งงานของคนจีน ในคู่ที่อยู่กันยืดยาว) ข้อมูลนี้อ้างอิงตามตำรา อ.หล่อ ครับ

ว่านทุ่งเศรษฐี, ชุงเช่า จากตำรา อ.แสวง

ส่วนว่านทุ่งเศรษฐีมีระบุที่มาไว้ค่อนข้างชัดเจนไว้ในตำรา อ.แสวง เล่มที่ ๒ หน้า ๓๔-๓๕ ว่าก็คือต้นที่ใช้ในพิธีแต่งงานของชาวจีน (จีนเรียกต้นชุงเช่า) โดยมีขนาดใบใหญ่และสูงกว่าแฝกหอมหรือนางแลวของไทย

รูปว่านเศรษฐีสอด

ว่านเศรษฐีสอด(๙) (ว่านชัยมงคล) ต้นลำต้นเหมือนต้นพลับพลึง แต่ใบเล็กกว่าและงอสอดเข้าหากัน หัวกลมคล้ายหัวหอมใหญ่ แต่หัวค่อนข้างยาว สรรพคุณเป็นเสน่ห์มหานิยม ค้าขายเจริญรุ่งเรือง เช่นเดียวกับว่านเสน่ห์จันทร์ทอง(๙)

รูปว่านสมเด็จนางพญามหาเศรษฐี จากตำรา “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร

ว่านสมเด็จนางพญามหาเศรษฐี(๑๐) ต้น หัว ใบ และดอกเหมือนกับว่านนางพญาใหญ่ ผิดกันที่ว่า ว่านนี้มีขนาดต้นและช่วงก้านเล็กและสั้นกว่าว่านนางพญาใหญ่ สรรพคุณ ใช้ในทางโชคลาภ ปลูกไว้เป็นศิริมงคล เมตตามหานิยม ผู้ใดปลูกไว้จะประสบแต่ความสุข(๑๐)

รูปน้ำมันมหาว่านโสฬสมงคล อ.ชุม ไชยคีรี

ว่านนี้เป็นหนึ่งในว่าน ๑๖ อย่าง ที่ อ.ชุม ไชยคีรี  ปรามาจารย์ทางไสยศาสตร์สายเขาอ้อ ได้บรรจุไว้ในตำรับ น้ำมันมหาว่านโสฬสมงคล ซึ่งประกอบด้วยว่านต่างๆคือ

๑).ว่านเสน่ห์จันทร์แดง ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว ว่านเสน่ห์จันทร์ทอง ๔ อย่าง รวมเป็น ๑ ๒).ว่านสาวหลง ๓).ว่านเครือสาวหลง ๔).ว่านห้าร้อยนาง ๕).ว่านจูงนาง ๖).ว่านช้างผสมโขลง  ๗).ว่านเทพรัญจวน ๘).ว่านมหาเสน่ห์ ๙).ว่านกระแจะจันทร์ ๑๐).ว่านมหาลาภ ๑๑).ว่านมหาโชค ๑๒).ว่านพุทธกวัก ๑๓).ว่านกุมารทอง ๑๔).ว่านสมเด็จนางพญามหาเศรษฐี ๑๕).ว่านมหาอุดม ๑๖).ว่านกวักพระจันทร์

โดยสรุปประวัติความเป็นมา

ว่านจำพวกเศรษฐีนี้ พบว่ามีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยรู้จักกันเพียง ๓ ชนิดคือ เศรษฐีธรรมดา (หรือที่เรียกว่าเศรษฐีเรือนกลาง) กับเศรษฐีเรือนนอก และเศรษฐีเรือนใน รวม ๓ อย่างเท่านั้น(๘)

ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเกิดมีว่านเศรษฐีเพิ่มมาอีก ๕ ชนิดคือ เศรษฐีขอดหรือกวัก เศรษฐีชะม่อม  เศรษฐีด่าง เศรษฐีมงคล และเศรษฐีนางกวัก(หรือมหาเศรษฐี) ต่อมามีพวกต้นไม้เมืองนอกซึ่งเป็นไม้ชนิดเลี้ยงง่าย เจริญงอกงามเร็ว บรรดาเศรษฐีต่างชาตินิยมปลูกเป็นไม้ประดับ โดยใส่หรือปลูกไว้ในกระถางลายครามที่หายากมีราคาแพงตั้งไว้รับแขก เป็นการอวดความมั่งคั่งของตน ต่อมาความนิยมอันนี้จึงได้แพร่หลายเข้ามาถึงประเทศไทย และกลุ่มคนชนชั้นต่างๆ และด้วยเหตุว่าเป็นไม้ที่เศรษฐีชอบปลูกเลี้ยงไว้ จึงเลยพลอยได้ชื่อว่าเป็นว่านเศรษฐีไปด้วยนั่นเอง(๘)

ความจริงแล้วว่านตระกูลที่ชื่อว่าเศรษฐีนี้ยังมีอีกมากที่เกิดขึ้นในภายหลัง ที่ระบุในตำรายุคหลัง ซึ่งอาจเป็นว่านที่มีตัวตนจริงๆ หรือเป็นว่านที่ตั้งกันเองขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการค้า ผู้เขียนเห็นว่าแบบนี้ต่อไปคงไม่รู้จบเสียที จึงคัดมาเฉพาะที่กล่าวในตำราหลัก ๑๒ เล่มเท่านั้น ส่วนว่านเศรษฐียุคหลังอื่นๆจะกล่าวแยกอีกทีในบทความหลังจากนี้นะครับ แค่นี้ผมก็ว่าคนเล่นว่านมึนตึ๊บแล้วนะครับผม…

เมื่อมาถึงตรงจุดนี้แล้วหลายๆท่านที่พึ่งสนใจในศาสตร์ที่ว่าด้วยว่านนี้ อาจจะเกิดอาการมึนๆเล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องด้วยเนื้อหาข้อมูลดูจะอัดแน่นไปสักหน่อย อย่างว่านะครับศาสตร์นี้มีความลึกซึ้งในแง่มุมต่างๆที่ยากแก่การบรรยายในคราวเดียวให้รู้แจ้งกันไปเลยได้ ก็อยากจะให้แฟนๆคอว่าน ได้ค่อยๆอ่านค่อยๆติดตามบทความลำดับต่อๆไปเรื่อยๆ รับรองว่าท่านจะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องว่านนี้กระจ่างชัดขึ้นอีกมากในไม่ช้าครับ

ปิดท้ายด้วย ขอขอบคุณ คุณนพคุณ คุมา ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพจากรังว่านนพคุณ จ.เชียงใหม่ครับ

อรรถวัติ กบิลว่าน

๑๓ ก.ย. ๒๕๕๓๒๐ ม.ค. ๒๕๕๔ รีรัน ๒๕๖๒
——————————————————-

เอกสารอ้างอิง

  • “ตำหรับ กระบิลว่าน” โดย หลวงประพัฒสรรพากร
  • “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์
  • “ตำราสรรพคุณยาไทย ว่าด้วยลักษณะกบิลว่าน” โดย นายไพทูรย์ ศรีเพ็ญ
  • “ตำราดูว่านและพระเครื่องพระบรมธาตุ” โดย ชัยมงคล อุดมทรัพย์
  • “ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด” โดย พยอม วิไลรัตน์
  • “ตำราปลูกและดูลักษณะว่าน” โดย อุตะมะ สิริจิตโต
  • “ตำราว่านวิเศษอันศักดิ์สิทธิ์” โดย อาจารย์ชั้น หาวิธี
  • “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
  • “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น
  • “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร
  • “ว่าน สมุนไพรไม้มงคล” โดย ณรงค์ศักดิ์ ค้านอธรรม

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 3 คะแนนเฉลี่ย: 5]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.