ว่านตระกูลที่เรียกว่า “เศรษฐี…” (ตอนที่ ๒)

ต่อจากบทความที่แล้ว (เนื่องจากเป็นชุดบทความที่ยาวมาก เราจึงจำเป็นต้องฉีกบทความเพื่อประโยชน์แง่การโหลด การอ่านที่ไม่ยาวเกินไป และแง่ของ SEO ครับ)

 รูปว่านเศรษฐีใบโพธิ์ (ปัจจุบันนิยมเรียกว่านกวักใบโพธิ์)

ว่านเศรษฐีใบโพธิ์(๕, ๗, ๘) ใบคล้ายใบโพธิ์ หัวคล้ายเสน่ห์จันทร์แดง แต่ใบกับหัวกินเข้าไปแล้วคันคอมาก(อันเป็นผลจากผลึกแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งมีมากในพืชตระกูลนี้)  ปลูกไว้กับบ้านทำให้ร่มเย็นเป็นสุข(กลุ่มนี้บางตำราจึงเรียก “ว่านนกคุ้ม” ผมเล่นต้นที่ใบงุ้มครอบคล้ายตัวนกคุ้มและมีลายด่างประปรายที่ใบ) ให้บังเกิดลาภผลมาสู่บ้านเมืองนั้นเนือง ๆ ถ้าเอาหัวกับใบกินจะเป็นคงกระพันชาตรีอีกด้วย(๕, ๗, ๘) ยิ่งเอาหัวว่านที่แก่มาแกะเป็นรูปพระภควัมบดี(๗) ปิดทวารทั้ง ๙ แล้วเศกด้วยคาถา “อิติปิโสภควาถึงภควาติ”  รวม ๗ คาบ แล้วจึงนำเอาติดตัวไปไหน ๆ ด้วย ใช้ในทางคงกระพันชาตรี และเป็นเมตตามหานิยม เป็นมงคลวิเศษเลย(๘)

สำหรับเรื่องการกินหัวว่านสด อันนี้ผู้เขียนไม่แนะนำนะครับ เนื่องจากว่าพืชชนิดนี้นับว่าเป็นพืชมีพิษ คือยางคันมาก ผู้เขียนเองเคยแกะหัวว่านเป็นรูปพระปิดตา โดยไม่ได้สวมถุงมือยาง เล่นเอาคันมือไปเสียนานสองนาน ยิ่งใครที่แพ้ได้ง่ายด้วยนับว่าอันตรายทีเดียวครับ

รูปใบว่านโพธิ์พุทธคยา (เส้นใบนูนเด่น)

ว่านนี้มีอีกชนิดหนึ่งที่ต้นคล้ายกันมากคือว่านโพธิ์พุทธคยา แตกต่างกันที่ว่านโพธิ์พุทธคยา มีแผ่นใบเรียบกว่า และมีเส้นใบนูนเด่นชัดเจนกว่า(๑๑)

รูปเศรษฐีใบโพธิ์ อ. ส.เปลี่ยนสี

รูปกวักใบโพธิ์ ใบเป็นรูปใบโพธิ์ หูใบเว้าและบานกว่า

และตำรา อ. ส.เปลี่ยนสีระบุว่า “เศรษฐีใบโพธิ์” คล้ายกวักใบโพธิ์แต่ปลายแหลมกว่า และเศรษฐีใบโพธิ์ดอกกวักออกนอกต้น(ดอกกวักใบโพธิ์กวักเข้าหาลำต้น)

รูปว่านเศรษฐีมงคล (เรียกตามลักษณะได้อีกอย่างว่าเศรษฐีอินเดียเขียว)

ว่านเศรษฐีมงคล(๕, ๘, ๑๐)  หัวคล้ายตะไคร้ ต้นและใบเหมือนเศรษฐีธรรมดา(๕) คือใบเหมือนใบกุ่ยฉ่าย ปลูกไว้ในบ้านเป็นเสน่ห์มหานิยม จักนำลาภผลมาให้ เป็นว่านเสี่ยงทายถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ของเจ้าของว่าน ว่าจะคงความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ หากว่านเจริญงอกงามดีก็แสดงในส่วนข้างดี(๘)

รูปว่านเศรษฐีมงคล จากตำรา กบิลว่าน ๑๐๘  โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร

ตามตำรา กบิลว่าน ๑๐๘  โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร บรรยายว่า ใบและต้นคล้ายๆกับว่านเพชรหลีก แต่ใบแคบและยาวกว่าเพชรหลีก ไม่มีหัว โคนต้นมีรากเป็นไหลขาวแบบหัวตะไคร้ ถ้าเวลาว่านนี้ออกดอกจะเกิดลาภได้อย่างเห็นทันตา(๑๐)

ต้นนี้มีหลายแบบด้วยกัน มีทั้งชนิดใบแคบมากพบได้ในป่าเมืองไทย เรียก ซุ้มกระต่ายป่า และต้นที่ใบกว้างมาก(ต้นใบกว้างมากนี้ถ้ามีแถบขาวเรียก เศรษฐีเรือนแก้ว(ต้นใหม่))

รูปว่านเศรษฐีเรือนเตี้ย (เล่นต้นเก่าใบยาวนะครับ)

ว่านเศรษฐีเรือนเตี้ย(๕, ๗, ๘)  ต้นและใบคล้ายว่านเศรษฐีขอดแต่ใบเล็กกว่า สรรพคุณใช้ได้เหมือนว่านเศรษฐีขอด ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยม นำลาภผลมาให้

ต้นนี้มีที่เข้ามาใหม่ที่ใบเตี้ยปรกดิน ซึ่งเศรษฐีเรือนเตี้ยหรือเรือนเบี้ยที่เล่นหากันในวงการว่านนั้นเป็นต้นที่เรียกว่าหนวดปลาดุกที่ใบไม่สั้นมากนักครับ

รูปว่านเศรษฐีอินเดีย (ต้นนี้คนมักเอาไปปะปน เรียกสลับกับ เศรษฐีเรีิอนนอกที่หายากกว่า)

ว่านเศรษฐีอินเดีย(๗, ๘) ต้นและใบคล้ายว่านเศรษฐีเรือนนอก แต่ใบสั้นบางกว่า ใบมีริมขาวน้อย ๆ หัวเหมือนหัวเทียนไข(เป็นส่วนของรากสะสมอาหาร แบบเดียวกับนมกระชาย) ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยม นำลาภมาให้ ว่านนี้เชื่อกันว่าถ้าเจริญงอกงามดีเจ้าของก็จะได้เป็นเศรษฐีมั่งมีเงินทอง(๗, ๘)

รูปว่านเศรษฐีนางกวัก

ว่านเศรษฐีนางกวัก(๗, ๘) หรือว่านมหาเศรษฐี(๕, ๗, ๘) หัวคล้ายหอมหัวใหญ่ ใบคล้ายว่านเฒ่าหนังแห้ง แต่มีก้านยาวและใบใหญ่กว่าว่านเศรษฐีทุกชนิด ปลูกไว้ในบ้านเป็นเสน่ห์มหานิยม นำลาภผลมาให้ เป็นว่านเสี่ยงทาย หากว่านนี้เจริญงอกงามดีเจ้าของว่านจะพบกับความสมบูรณ์พูลสุขของ แต่เมื่อหากว่านนี้เหี่ยวแห้งทรุดโทรม ก็แสดงว่าเจ้าของว่านก็กำลังประสบปัญหาชีวิต

ว่านมหาเศรษฐี (ตำรา อ. ส.เปลี่ยนสี) หรือว่านมหามงคลในชื่อยุคปัจจุบัน

ต้นนี้ตามตำราของ อ. ส.เปลี่ยนสีระบุว่าเป็นต้นที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “ว่านมหามงคล” ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำเต้าทองชนิดที่มีดอกเป็นช่อ ซึ่งมีทั้งชนิดหัวกลมและหัวรีโดยส่วนมากต้นและหัวจะใหญ่กว่าเศรษฐีน้ำเต้าทอง

รูปว่านเศรษฐีใบพาย(ชนิดที่ ๑) หรือนางกวักทอง ตามตำราของ ส. เปลี่ยนสี ซึ่งต้นนี้น่าจะตรงตำราเก่าที่สุด

ว่านเศรษฐีใบพาย หรือว่านนางกวักทอง(๗, ๘) ใบคล้ายใบพาย ต้นคล้ายต้นธรณีสาร ดอกงามยิ่งนัก(๗, ๘) ปลูกไว้กับบ้านเป็นศิริมงคลยิ่ง สามารถกวักเงินกวักทอง ให้เกิดลาภผลทุกอย่างมาสู่บ้านที่มีว่านนี้ปลูกอยู่ เป็นมิ่งขวัญแก่ผู้ปลูก ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข(๗, ๘)

รูปว่านเศรษฐีใบพาย(ชนิดที่ ๒) หรือกวักหงสา ตามตำรา ของทัศนา ทัศนมิตร (หงสาไทย ตามตำรา อ.แสวง)

ปัจจุบันมีกลุ่มกวัก หรือแม่ทองใบที่เล่นเป็นเศรษฐีใบพายด้วยอีกตัว เพราะใบเหมือนใบพายเช่นกัน แต่ดอกเป็นช่อสวยงามมากต้นนี้มีชื่ออีกชื่อว่ากวักหงสา แต่ต้นนี้จะไม่ใช่นางกวักทองเนื่องจากต้นนี้สีเขียวล้วน

รูปว่านเศรษฐี (ชุนเช่าอีกตัวที่เป็นชนิดหัวหอม หรือเศรษฐีมงคลตามตำรา อ.พรานเฒ่า อ.แสวง หรือ อ.มา และ อ.เชษฐา)

ว่านเศรษฐี(หอมดำ, พังพรไฟ, เสือร้องไห้)(๕,๗) หัวเหมือนหัวหอม ใบเหมือนใบกุยช่าย มีสีเหลืองนวล แก้พิษ แผล ฝี และคงกระพัน (ว่านต้นนี้เป็นชนิดหัวหอม คือชุนเช่าอีกแบบหนึ่งเป็นต้นตกทอดจากตระกูลของคุณนพคุณ คุมา) ต้นนี้ตามตำรา อ.พรานเฒ่า เรียก เศรษฐีมงคล

รูปว่านเศรษฐีแขก

ว่านเศรษฐีแขก(๘) ลำต้นมีรูปเป็นกระบอกใหญ่และหนา มีเป็นกลีบหรือสันเป็นปีกแข็งแรง ตั้งเป็นแนวขึ้นไปเป็นแถว ตอนปลายปกคลุมด้วยขนอ่อน รอบหัวจุกข้างบนมีหนามมาก ดอกออกเป็นสีเหลืองชูขึ้นตรง ๆ คล้ายหัวจุกสับปะรด ยอดดอกมักจะขมและฝาดจัด ผลกลมยาวมีขนขาว ๆ คลุมผลทั่วไป เมล็ดเป็นสีดำเป็นมัน ไม่มีใบ ปลูกใส่กระถางไว้เป็นไม้ประดับ เวลามีดอกเชื่อกันว่าจะนำโชคมาสู่เจ้าของที่ปลูก(๘)

ว่าน เศรษฐีแขก (ถังทองตัวเก่า)

ว่านชนิดนี้ก็คือตะบองเพชรพันธ์ดั้งเดิมที่เข้ามาในประเทศไทยนั่นเอง ด้วยเพราะเป็นไม้แปลกใหม่และมีแต่เศรษฐีหรือท้าวพระยาเท่านั้นที่มีเล่นหากัน ต่อมาเมื่อจำนวนแพร่หลายมากขึ้น จึงได้เข้าสู่ชุดว่านเศรษฐีไปกับเขาด้วย เรื่องนี้ทำให้เข้าใจที่มาและธรรมชาติของต้นไม้ที่เรียกว่า “ว่าน” กลุ่มหนึ่ง(แปลว่ายังมีกลุ่มอื่นๆด้วย)ว่า มาจากคติชนนิยม ที่พากันแต่งตั้งเรียกขานและพากันยอมรับต้นไม้ชนิดหนึ่งๆ ด้วยเหตุผลที่ต่างๆนานา สุดท้ายเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของนักเลงว่านแต่ละท่านกันเองว่า จะยอมรับพืชชนิดใดบ้างที่จัดเป็นว่าน

อนึ่งว่านนี้ตำราบังคับไปถึงสีดอกว่าเป็นสีเหลืองซึ่งว่านต้นนี้ดอกสีเหลืองหายากมาก พบมากที่สุดคือดอกสีชมพู และขาว ดังนั้นหากจะเล่นกันแบบลึกๆจริงๆควรคัดเฉพาะต้นดอกสีเหลืองครับ

โปรดติดตามตอนที่ ๓ ….

อรรถวัติ กบิลว่าน

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 2 คะแนนเฉลี่ย: 5]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.