ว่านกลุ่ม Eucharis grandiflora (กวัก. และมหาโชค) (ตอนที่ ๑)

ว่านที่จัดเป็นไม้ใบ หรือไม้ประดับที่เล่นกันในยุคหลังๆแล้วนั้นมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจและมักจะมีการเล่นหาสลับชื่อกันบ้าง สลับต้นกันบ้าง ด้วยลักษณะทางภายนอกที่ยากแก่การแยกแยะ เว้นแต่ผู้นั้นจะมีครบทุกต้นแล้วปลูกเทียบดู(พร้อมทำป้ายให้ชัดเจน) ก็พอจะเกิดความชำนาญในการแยกแยะได้ แต่อย่างไรว่านกลุ่มนี้ที่แนะนำอย่างยิ่งคือจะขาดป้ายไม่ได้ เพราะบางคราวบางจังหวะเขาจะหน้าตาเหมือนๆกันเอามากๆ จนบางทีเจ้าของเองอาจจะงงเอาได้

ว่านตัวนี้ในทางพฤกษศาสตร์จัดว่าเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด หลักการเดียวกับพริก ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู หรือพริกชี้ฟ้า ฝรั่งจัดเป็นชนิดเดียวกันหมด ในทางพฤกษศาสตร์นอกจากจะจำแนกกลุ่มจากลักษณะโดยรวมแล้ว จะตัดประเภทกันที่ดอก ฝรั่งมักใช้ใช้ดอกเป็นหลักในการแยกประเภท ซึ่งว่านกลุ่มนี้ดอกมีลักษณะคล้ายคลึงกันครับ สำหรับคนไทยจะแยกละเอียดกว่าเพราะแยกจากลักษณะต่างๆที่ต่างกันเล็กน้อย ตลอดจนแยกไปถึงการใช้ประโยชน์ในทางความเชื่อกันเลยทีเดียว

ว่านในกลุ่มนี้เป็นกลุ่ม Amazon Lily  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eucharis grandiflora  มีด้วยกัน ๔ ชื่อคือ

  • กวักนางพญาใหญ่
  • กวักนางพญามหาเศรษฐี
  • กวักพุทธเจ้าหลวง
  • มหาโชค (นางมาควดี)

๑) ว่าน “กวักนางพญาใหญ่” มีกล่าวในตำราว่านเก่า ได้แก่

  • “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น หน้า ๒
  • “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร หน้า ๑๔

กวักนางพญาใหญ่ ต้นจะโตที่สุดในกลุ่ม ก้านใบยาวกว่าตัวอื่นๆ

ตามตำราได้บรรยายลักษณะโดยรวมว่า ใบสีเขียวจัด เป็นมันคล้ายใบผักตบชวา แต่มีขนาดใหญ่กว่าใบผักตบชวามาก ช่อก้านเขียวเป็นมัน อาจยาวได้ถึง ๑ เมตร ดอกมีสีขาว หัวคล้ายหัวหอมใหญ่ สรรพคุณ เลี้ยงไว้ทำให้เกิดโชคลาภ เป็นศิริมงคล เมตตามหานิยม ว่านนี้ มีอีกชื่อคือ “กวักนกกระยาง”

ขนาดของใบกวักนางพญาใหญ่เมื่อเทียบกับมือ (ยังใหญ่ได้กว่านี้)

ต้นนี้ความจริงเป็นไม้เมืองนอกแต่เข้ามาในประเทศไทยนานแล้ว การที่ใบมีสีเขียว และเป็นพืชอวบน้ำ เมื่อให้น้ำตลอดจะไม่ลงหัว เมื่อปลูกไว้จะดูสดชื่นมีสง่าราศี ความเชื่อที่บ่มเพาะกันเป็นเวลานาน จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ไม้นอกตัวนี้เลื่อนเข้าสู่ชั้น “ว่าน” โดยปริยาย เพราะความจริง คำว่าว่านที่นำหน้าต้นไม้นั้น เป็นการให้ยศให้ตำแหน่งพืชที่มีความพิเศษโดดเด่นบางประการ บ้างก็ในทางความเชื่อ บ้างก็ในทางยา นี่คือลูกเล่นและความแยบคายของโบราณเขาครับ

ใบที่มีขนาดใหญ่จนเบียดให้หูใบชิดของกวักนางพญาใหญ่

ว่านชนิดนี้ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบดอกมี ๖ กลีบลักษณะเด่นชัดที่แยกว่านตัวนี้คือ ต้นจะมีขนาดใหญ่สุดในกลุ่ม โดยการแยกนั้นควรแยกที่การปลูกอย่างน้อยแล้ว ๒ ปีขึ้นไปจึงจะแยกได้ชัดเจน ใบของกวักนางพญาใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ ในขณะที่ต้นอื่นๆจะเล็กกว่าฝ่ามือ และใบของกวักนางพญาใหญ่จะมีขนาดใหญ่จนทำให้หูใบชิดกัน และด้วยใบที่ใหญ่นี้เอง จึงมองดูคล้ายกับปีกนกกระยาง จึงได้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “กวักนกกระยาง” และถึงแม้ตำราจะบอกว่าใบสีเขียวจัดก็ตาม แต่กวักนางพญาใหญ่นี้สีเข้มไม่สู้มหาโชคหรือกวักนางพญาเล็ก สีใบจะดูเขียวด้านๆไม่เขียวและมันเท่าตัวอื่น

๒) กวักนางพญามหาเศรษฐี หรือกวักนางพญาเล็ก หรือกวักใบพลู ว่านนี้มีกล่าวในตำราของ

  • “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ หน้า ๑๗๙ เรียก ว่านนางกวัก
  • “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น หน้า ๒-๓ เรียก กวักนางพญาเล็ก หรือ กวักใบพลู
  • “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร หน้า ๑๓ เรียก ว่านสมเด็จนางพญามหาเศรษฐี

ในตำราบรรยายโดยรวมว่า เป็นว่านหายากมากอีกชนิดหนึ่ง  มีในป่าทางภาคเหนือ  เข้าใจว่านิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททอง  เพราะเมื่อท่านดำรงตำแหน่งเจ้าพระยากลาโหมนั้นได้นิยมเล่นว่านต่าง ๆ มาก  พอได้ทรงครองราชย์พวกข้าราชการและขุนนางทั่วไปจึงนิยมตามอย่างพระมหากษัตริย์ไปด้วยทั่วกัน  จึงเป็นระยะที่ว่านถูกสืบเสาะหามาเลี้ยงมากมาย

ลักษณะ  หัวคล้ายหัวกระเทียม  แต่หัวโตกว่าลำต้นและใบคล้ายขมิ้นอ้อย  สีเขียวเข้มและมีเส้นใยมาก  แต่มีครีบตามใบและตามลำต้นเป็นสีแดงหม่น ๆ  เมื่อยอดแตกออกมาจะมีสีแดง ใบม้วนลงเข้าหาลำต้น  ตอนกลางใบขอบหยุกหยิกเป็นครีบเล็กน้อย  ก้านใบเป็นร่อง  ดอกมีสีขาว

กวักนางพญามหาเศรษฐีก้านสั้น ใบพลิ้ว หน้าใบและฟอร์มทั้งต้นมีขนาดเล็กกว่ากวักนางพญาใหญ่มาก

ประโยชน์  เมื่อพบว่านนี้แล้ว  ต้องทำกระทงสามมุม  ใส่เหล้า  ข้าว  เนื้อปลา  หมาก ๓ คำ  พลีกรรมเสียก่อน  แล้วเศกคาถา “นะโมพุทธายะ” ๓ ถึง ๗ คาบทำน้ำพรมให้ทั่วรอบต้น  แล้วจึงขุดเอาหัวมาแกะเป็นรูปนางกวัก  และเมื่อแกะเสร็จแล้ว  ต้องการจะปลุกเศกรูปให้มีอิทธิฤทธิ์ขลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว  จะต้องถือศีล ๕ ศีล ๘ ถือเป็นความสุจริตทำน้ำมนต์ด้วยคาถา “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” เสีย ๗ คาบ ชำระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์ดีเสียก่อน ๓ วัน  แล้วจึงเข้าพิธีปลุกเศกในพระอุโบสถด้วยคาถา “นะโมพุทธายะ” ๑๐๘ คาบ  เสร็จแล้วจึงนำเอาหัวว่านที่แกะเป็นรูปนางกวักนั้นมาตั้งบูชาไว้ในที่สูงภายในหน้าร้านค้า  จะทำให้ขายสินค้าต่าง ๆ ได้ง่ายดาย

ถ้าจะทำให้เกิดเสน่ห์มหานิยมแก่ตนให้เอาหัวว่านมาฝนทาหน้าทาตัว  แล้วเศกด้วย “นะโมพุทธายะ” ๑๐๘ คาบเหมือนกัน  ถ้าจะทำให้เป็นล่องหนหายตัวได้ให้เอาหัวว่านมาห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า  แล้วเอาโพกหัว  จะทำให้เป็นผู้ล่องหนหายตัว  ไม่มีใครแลเห็นได้ด้วยอำนาจว่านนั้นปิดบังเอง  ปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใด  ก็มักจะได้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกประการเลย ว่านนี้ยังมีอำนาจบังตามิให้พูดบอกใครว่า  พบเห็นตัวเราที่ไหนต่อไหนอีกด้วย

เพียงเอาว่านนี้ปลูกไว้ในร้านขายของ  ก็อาจสามารถเป็นเสน่ห์ชักจูงให้มีคนเข้ามาอุดหนุนในร้านนั้น ๆ วันละมาก ๆ เสมอ

* คำบรรยายข้างต้นทำให้เกิดการตีความและแยกพืชได้เป็นสองต้น คือ

๑. ว่านนางกวักต้นขมิ้น ซึ่งในภายหลังเรียกกันว่า “ปัดตลอดตัวผู้” ซึ่งต้นนี้จะใช้เป็นเครื่องยาในการเขียนผงพุทธคุณ

๒. ว่านนางกวักต้นหัวหอม หรือกวักนางพญามหาเศรษฐี ซึ่งเป็นต้นที่ทาง อ.ชุม ไชยคีรี แห่งสำนักกุญแจไสยศาสตร์ใช้ผสมในน้ำมันโสฬส

ขนาดของใบที่ฝ่ามือปิดได้มิดของกวักนางพญาเล็ก หรือกวักนางพญามหาเศรษฐี

ว่านนี้โดยทั่วไปคล้ายกวักนางพญาใหญ่มากเพียงแต่ใบมีขนาดเล็กและก้านสั้นกว่า นอกนั้นดูเหมือนกันหมดแทบแยกไม่ออก

การปลูก  ว่านนี้ปลูกยากอยู่สักหน่อย  เพราะจะต้องเอาใจใส่ตรวจตราระวังมิให้มีสิ่งโสโครกสกปรก  หรือลามกเข้าไปใกล้กรายได้จึงจะดี  เวลาจะรดน้ำต้องเศกด้วย “นะโมพุทธายะ” เสีย ๓ ครั้งก่อน  และว่าตามด้วย “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” อีก ๓ ครั้งด้วยเสมอไป  แล้วจึงรดน้ำได้  ดินที่ใช้ปลูกต้องเอาดินกลางแจ้งเป็นดินร่วนปนทราย  ไม่มีสิ่งปฏิกูลอย่างใดเจือปน    และถ้าใช้ดินเผาไฟแล้วเอามาทุบให้แตกได้ก็จะดีมาก

กวักนางพญามหาเศรษฐีชนิดขอบใบไม่ค่อยพลิ้ว(หายากกว่า) ตัวนี้เองที่อาจเรียกว่า “กวักใบพลู”

ว่านนี้ถ้าเทียบชั้นตามความเชื่อแล้วถือว่าเอกอุกว่ากวักนางพญาใหญ่ แต่ประเด็นคือว่านนี้ต้องตั้งใจปลูกและทำวิชาให้ถึง จึงจะเป็นไปดังฝอยที่บรรยายเอาไว้ เรียกกันว่าแล้วแต่คนเลี้ยงมากกว่า หรือแล้วแต่วาสนาของคนเลี้ยงก็ไม่เชิง เพราะแปลกแต่จริงว่านกลุ่มนี้มักมีประสบการณ์การถูกหวยรวยเบอร์ช่วงว่านออกดอกกันเสมอๆ และว่านต้นนี้เป็นว่านสำคัญตัวหนึ่งในการทำ “น้ำมันว่านโสฬส” ของอาจารย์ชุม ไชยคีรี สำนักกุญแจไสยศาสตร์ (สายวิชาเขาอ้อ)ครับ การแยกนอกจากเทียบขนาดแล้วอาจดูความมันของใบที่จะมันกว่ากวักนางพญาใหญ่ แต่ใบไม่ดูหนาและแข็งเท่ามหาโชค คือขอบใบจะพลิ้วกว่า แต่ก็มีอีกต้นที่ขอบใบไม่พลิ้วซึ่งหายากกว่า และต้นนี้เองที่น่าจะเรียกแยกไปว่า “กวักใบพลู”

โปรดติดตามตอนที่ ๒

อรรถวัติ กบิลว่าน

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.