ข้อแนะนำในการศึกษาเรื่องว่านไทย และความศักดิ์สิทธิ์ของว่าน ตอนที่ ๒ (ตอนจบ)

๓. ดินฟ้าอากาศ

เรื่องนี้เป็นทฤษฎีว่านสมัยใหม่   ทฤษฎีนี้พิจารณาแล้วเป็นองค์ความรู้มาจาก วิชาฮวงจุ้ย  ของจีน ว่าด้วยปฏิสัมพันธ์ระหว่างลมและน้ำ (ตีความอย่างให้เห็นภาพพจน์) พูดง่ายๆคือ ปฎิสัมพันธ์เรื่องธาตุในความคิดแบบจีน ผสมความรู้ทางชัยภูมิ

ว่านจูงนางในสภาพป่าตามธรรมชาติ ดอกโค้งดั่งมือกวักหรือคนจูงมือ หัวติดกันแบบลูกปัดคล้ายคนถูกจูง จึงเชื่อกันว่าใช้ทางเมตตาชู้สาว

การเกิดความศักดิสิทธิ์ของว่านตามทฤษฎีนี้ ถ้าจะมองให้เห็นภาพลักษณ์ ก็ต้องจินตนาการของการเกิด “ซุนหงอคง”  พระยาวานรที่กำเนิดจาก ศิลา ที่ซึมซับพลังงาน ตามความสัมพันธ์ของธาตุแบบฮวงจุ้ย  จึงบังเกิดชีวิตและจิตวิญญาณขึ้น

ฟังดูเหมือนนิทานเรื่องกำเนิดมนุษย์  ที่อาภัสรพรหม ได้ชิมง้วนดินและเกิดเป็นกายหยาบ ชีวิตจิตวิญญาณแบบมนุษย์ขึ้น  ที่พรรณนาไว้ในโองการแช่งน้ำว่า

“ตนเขาเรืองร่อนหล้าเลอหาว  หาวันคืนไป่ได้

จ้าวชิมดินแสงหล่น        เพียงดับใต้มืดมูลฯ”

คุณหมอประสาน ต่างใจ ท่านว่าฝรั่งมีทฤษฎีคล้ายกัน เรียก “สเปิร์มจักวาล”  คือมีสารตั้งต้นที่พร้อมจะเกิดเป็นชีวิตจิตวิญญาณได้อยู่แล้ว ล่องลอยไปทั่วจักวาล  ที่ใดมีความเหมาะสม ที่จะเอื้อให้สารนี้เกิดชีวิตได้ ก็จะปฎิสนธิขึ้นที่นั่น การเกิดขึ้นของมันเอง แบบนี้ทางพุทธศาสนาได้รองรับไว้ เรียกว่า “โอปปาติกะ”

พูดง่ายๆ ขนาดชีวิตจิตวิญญาณ ยังเกิดเองได้  ความศักดิ์สิทธิ์ของว่าน เมื่อเกิดความสมดุลย์ของธาตุและสสาร ความศักดิสิทธิ์นี้ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

๔. ญาณว่าน

สารานุกรมว่านไทย ฉบับสมบูรณ์ โดย ทัศนา ทัศนมิตร และดำรงศักดิ์ นาคนิยม พ.ศ. 2526 ตำราเล่มแรกที่กล่าวถึง “ญาณว่าน”

ศัพท์นี้เป็นศัพท์ใหม่ของวงการว่าน  มีที่มาจากหนังสือ “สารานุกรมว่านไทย” ของคุณทัศนา ทัศนมิตร และคุณ ดำรงศักดิ์ นาคนิยม   ในหนังสือเล่มนี้ใช้คำว่า  “ญาณของว่าน” คุณดำรงศักดิ์พรรณนาถึงการกำเนิดญาณว่านว่า

มหาฤาษีผู้มีฤทธิ์ เห็นเหตุที่ประชาชนรบราฆ่าฟันกันแล้วสลดใจ  จึงบรรจุคุณญาณและพระเวทย์ลงสู่ต้นว่าน เพื่อให้สืบทอดคุณวิเศษลงไปกับว่าน  บรรพชนยุคใดก็อาจพึ่งสรรพคุณวิเศษจากว่านได้  โดยถือเป็นการสร้างทานบารมีอันยิ่งใหญ่ของมหาฤาษี  สิ่งที่ฤาษีบรรจุคุณวิเศษให้ว่าน ก็คือ “ญาณว่าน” นี่เอง

ปัจจุบันคำว่า “ญาณว่าน” ใช้ในความหมาย “อะไรก็ได้ ที่เป็นความศักดิ์สิทธิในตัวว่าน” คำนี้ โบราณอีสานมีคำอธิบายมานานแสนนานแล้ว เรียกว่า “พิศนุว่าน”

ตั้งข้อสังเกตส่งท้ายว่า การทำพิธีกรรมที่สืบเนื่องกับเรื่องว่านยา ของสำนักเขาอ้อ  เมื่อเก็บว่านไว้แล้วก่อนจะนำมาใช้ต้องมีการเรียก  “คุณยา” และผูก “คุณยา” ไว้กับว่านเสียก่อน ซึ่งดูไปแล้วก็สอดคล้องกับเรื่อง “ญาณว่าน”

๕. วิธีการปลูกและดูแล

ทฤษฎีนี้ เป็นเรื่องกระบวนการทางไสยศาสตร์ คือกระบวนการใดใดที่ ทำให้วัสดุต่างๆกลายเป็นเครื่องรางที่ขลังศักดิสิทธิ์ได้ ถ้าปลูกว่าน โดยใช้กระบวนการเดียวกันนั้นย่อมทำว่านให้ศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน

โบราณกำหนดวิธีการปลูกไว้ค่อนข้างละเอียด ทั้งกำหนดฤกษ์ยาม กำหนดวัน กำหนดบทเสกน้ำรดว่าน กำหนดวิธีการชำระดินฯล ต่อมามีผู้รู้กำหนดวิธีการปลูกว่านทางไสยศาสตร์เป็นพิเศษขึ้นมาอีกคือ

หนังสือทิพย์อำนาจมหาเสน่ห์ เล่ม2 อ.ชุม ไชยคีรี(สำนักกุญแจไสยศาสตร์)

๑.)อ.ชุม ไชยคีรี ผู้เป็นปราชญ์ใหญ่ทางไสยศาสตร์ ผู้ศึกษาเรื่องว่านอย่างช่ำชอง ถึงขั้น สาธิตการประกอบพิธีอาบน้ำว่านเขาอ้อ  ให้ปรากฏต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร  และท่านเขียนหนังสือว่านที่ลุ่มลึกเป็นมรดกทางปัญญาไว้ด้วย แต่น่าเสียดาย กระบวนการพิเศษในการปลูกว่านนี้ เป็นความรู้เฉพาะกลุ่ม ในแวดวงคณะศิษย์ของท่าน

๒.)ตำราว่านของคุณทัศนา ทัศนมิตร และคุณ ดำรงศักดิ์ นาคนิยม ได้เขียนถึงกระบวนการปลูกว่านทางไสยศาสตร์ไว้อย่างเข้มข้นที่สุด กว่าตำราว่านทุกเล่ม นัยว่าเป็นกระบวนการพิเศษที่ คุณดำรงศักดิ์สืบทอดมาจากคุณตาผู้เป็นหมอยาและหมอไสยศาสตร์โดยตรง  ผมถือว่าตำราเล่มนี้คลาสสิคมาก

๓.)ในปัจจุบันมีนิตยสารฉบับหนึ่งประยุกต์วิธีการปลูกว่าน โดยกำหนดกระบวนการทางไสยศาสตร์ขึ้นใหม่อีกมากมาย ถึงขั้น ทำ “น้ำกระสายยา” ไว้รดต้นว่าน

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎี “ว่านขลังเพราะกระบวนการพิเศษทางไสยศาสตร์”  นี้มีข้อโต้แย้งคือ “หากความขลังเกิดจากกระบวนการปลูก  สิ่งที่ปลูกก็ไม่จำเป็นต้องเป็นว่านก็ได้ไม่ใช่หรือ????

เหมือนเกจิเสกน้ำรดต้นบานเย็น เพื่อทำพระปิดตา หรือเกจิปลูกต้นรักมาทำหนุมาน??? ท่านรู้หรือไม่ว่าเกจิทั้งสองท่านนี้คือใคร????…………………………..

๖. ความคิดว่าคุณวิเศษของว่านมีอยู่เป็นพิเศษ ต่างหากจากตัวว่าน  เช่น ญาณว่าน  ฯลฯ

คุณวิเศษอันนี้ย่อมถูกขโมยได้  โดยไม่เกี่ยวกับตัวว่าน นี่คือความคิดเรื่อง วิทยาธร  มาขโมยความวิเศษของว่าน  นักเล่นว่าน ต้องหาวิธีป้องกันเอาเอง

รูปวิทยาธรในคัมภีร์สมุดไทย

๗. มีคนถามว่า “เหตุใดปัจจุบันว่านจึงไม่ขลังเหมือนตำราว่าไว้ ??

คงตอบเล่นๆ ๓ คำตอบคือ

๑.มองในแง่ดี ว่านที่เราเล่นในปัจจุบัน เป็นคนละตัวกับว่านในตำรา เพราะว่านที่เล่นกันในปัจจุบัน เราเล่นตามพ่อค้าว่านตีความหรือชี้นำ   ส่วนใหญ่จึงเป็น “ว่านในตลาด” มากกว่าจะเป็น “ว่านในตำรา”

๒.มองแบบไม่ดีไม่ร้าย ว่ามีความบกพร่อง(Error)เกิดขึ้นกับ ปัจจัยแห่งความศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่ได้กล่าวมาแล้ว

๓.มองแบบหมดหวัง ว่าว่านถึงยุคที่หมดความขลังแล้ว โดยกฎไตรลักษณ์ของพระพุทธองค์

เรื่องนี้เขียนในเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาว่า

“…ทั้งอายุศม์จะถอยเคลื่อนจากเดือนปี

ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย

ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป

ผลหมากรากไม้จะถอยรส

ทั้งแพทย์พรรณว่านยาก็อาเพศ

เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด

จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส

จะถอยถดไปตามประเพณี…”

อ.น. นักสิทธิอีสาน

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 3 คะแนนเฉลี่ย: 3.7]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.