ข้อสังเกตในตำรากบิลว่าน (ทริคเดียวหากินได้ตลอดชาติ)

ทุกชาติในโลกมีความเชื่อเรื่องคุณวิเศษของต้นไม้(ในทางไสยศาสตร์) ประเทศไทยเรามีความเชื่อนี้ที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยสองชุดคือ

๑.ตำรากบิลว่าน

๒.ตำราพฤกษาวิเศษ

ตำราพฤกษาวิเศษ ภาคหนึ่งของพืชชั้นสูง ที่ว่าด้วยพืชที่มีสรรพคุณทางยาโดดเด่น จากตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด โดย พยอม วิไลรัตน์ ๒๕๐๔

ซึ่งกลายเป็นแนวคิดหลักในการเล่นว่าน และองค์ความรู้นี้กลายเป็นเรื่องคติชน คติชน ต่างจากความเชื่อส่วนบุคคล ตรงมีระบบความเชื่อ และระบบความคิดรองรับ มีกลุ่มชนจำนวนหนึ่งยอมรับคตินี้ ดังนั้นเรื่องว่านจึงมีความคิดพื้นฐาน และกระบวนวิธีในการศึกษาและสร้างสมองค์ความรู้ในแบบของตน

ข้าฯจึงได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตำรากบิลว่านไว้ เพื่อให้ผู้ศึกษาตำรานี้ ได้เห็นถึงกระบวนวิธี และความคิดพื้นฐานดังกล่าว เพราะกบิลว่านเป็นตำราหลักของวงการว่านในปัจจุบัน การเข้าใจกบิลว่าน จึงทำให้เข้าใจเรื่องว่านในภาพรวมด้วย ข้าฯมีข้อสังเกตดังนี้

๑.มีคนแปลความหมายกบิลว่านไปต่างๆนานา

ข้าฯแปลว่า “ว่านของกปิลฤาษี” เพราะฤาษีจังตังกปิละเป็นฤาษีหนึ่งในสี่องค์ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องว่านในตำรากบิลว่าน และเมื่อเป็นตำราที่แต่งโดยฤาษี ต้องถือว่าเป็นของสูง และต้องตีความให้เคร่งครัด

๒.ความรู้เรื่องว่านในกบิลว่านจริงๆแล้วรวบรวมจากคำบอกเล่าของกลุ่มชนต่างๆหลายท้องที่

เช่น กระเหรี่ยง, แม้ว, ข่า, ลาว, ละว้าไทรโยค, เขมร จึงมีภาษาหลายถิ่น ปะปนในชื่อและบทคาถาประกอบ หากจะทำความเข้าใจเรื่องว่านนั้นๆการค้นคว้าในแหล่งกำเนิดเดิม จะทำได้ดีกว่า และตีความได้ตรงกว่า เพราะพืชพันธุ์ในท้องที่ใด จะมีลักษณะเฉพาะของตนเต็มที่ในท้องที่นั้น

ตำราว่านฉบับใบลานอีสาน ของผู้เขียน บอกบทคาถา “โอมคลุกๆกูจักปลุกพระยาว่านก้านหนา กูจะปลุกพระยายาก้านก่ำ ยายำแล้วสะเหลย…..

๓.จากการศึกษากบิลว่านทำให้เห็นระเบียบวิธีในการศึกษาว่านได้บางประการ

ก.ว่านมีภาพพจน์ที่ต้องเข้าถึงได้

“ว่านจะมีบุคลิกหรือภาพพจน์ที่สอดคล้องกับชื่อ และชื่อจะสอดคล้องกับคุณวิเศษ”

(ในข้อนี้ข้าจะกล่าวผ่านๆถึงว่านต่างๆ ให้ผู้อ่านจินตนาการถึงภาพพจน์ตามไปด้วย โดยไม่ต้องสนใจรายละเอียด ท่านจึงจะมองภาพพจน์นั้นออก) ดังนี้

-ว่านม้า  มีหัวเหมือนม้า (หัวหางไปคนละทาง) ดีทางกำลัง การแข่งขัน

-ว่านพระยาดาบหัก, ว่านดาบหลวง ใบคล้ายมีดดาบเป็นคงกระพัน

-ว่านพระยาหอกหัก คล้ายหอกใบข้าว( พอยาวมากก้านก็จะหัก) ใช้ทางคงกระพัน

-ว่านพระฉิม ลักษณะหัวขรุขระเหมือนธาตุพระฉิม มีคุณทางโชคลาภ

-เฒ่าหนังแห้ง เปลือกเหี่ยวคล้ายจะแห้ง มีคุณคงกระพัน(หนังเหนียว)

-จักรนารายณ์ มีแขนงอยู่ด้านหนึ่งเมื่อแก่จะโค้งเป็นวง ดูเป็นรูปกงจักร

-ว่านหงส์เหิน เกสรยาวปลายเกสรงอกลับดูคล้ายหงส์บิน ใช้ทางเมตตา

-จูงนาง เป็นหัวกลมๆเรียงกันเหมือนเข้าแถวจูงกัน ใช้ทางเสน่ห์

-หัวน่วม ขุดหัวทิ้งไว้หัวจะนิ่ม คงกระพันทนกระบอง

-ว่านงู หัวไหลยาวเหมือนงูเลื้อย กันอสรพิษ

-ว่านจงอาง มีกระเหมือนงูจงอาง กันอสรพิษ

-ว่านนาคราช มีเกล็ดลำต้นเลื้อยไหลยาว กันอสรพิษ

-ว่านตะขาบหิน ดูเหมือนตะขาบ กันอสรพิษ

-หนุมานยกทัพ มีหัวย้อนขึ้นฉีกแข้งฉีกขาเหมือนหนุมาน ขึ้นหนาเหมือนเป็นกองทัพ  ใช้คงกระพันตามอิทธิฤทธิ์ของหนุมาน

-ว่านสากเหล็ก เหมือนสากตำข้าว ใช้ทามือไว้ต่อยคน (เหมือนเอาสากตีหัว)

-ว่านเพชรกลับ มีรากย้อนกลับทาง กันคุณไสยเหมือนกลับสะท้อนไป

-ว่านนกคุ้ม มีลายเหมือนปีกนกคุ้ม ใช้กันไฟ ตามนิทานเรื่องนกคุ้ม(วัฎฎกะปริตร)

-ไก่ดำ มีปีกมีขนเหมือนไก่ ให้เจ้าของอิ่มท้องเพราะไก่ขยันหากิน.

-สบู่เลือด มียางแดงเหมือนเลือด เป็นทางคงกระพัน

(พวกสบู่ เมื่อตีกับน้ำมักจะให้ฟองมักเอามาประกอบยาอาบ)

ว่านแร้งคอดำ : คอต้นยกสูงจากพื้น ใบยาวกางออกดั่งแร้งกางปีก

-ว่านแร้งคอคำ ใบเหมือนแร้งกางปีก

-ว่านห้าร้อยนาง หัวมีแง่งจำนวนมากหนาแน่นเหมือนห้าร้อยนางประชุมกัน มีกลิ่นหอมเย็นจึงใช้ทางเสน่ห์ตามชื่อ

-ว่านไก่น้อย มีขนปุกปุยสีทองเหมือนลูกไก่

-มหาเมฆ เนื้อในสีหมอกเมฆทะมึน

-ว่านมรกต สีเป็นมรกต

-ว่านขอทอง หัวเป็นแขนงช้อนขึ้นคล้ายตะขอ เนื้อในสีเหลือง จึงเรียกขอทอง

– ฯลฯ

การศึกษาเรื่องว่านหากมองภาพพจน์ออก การศึกษาเรื่องว่านจะสนุก และง่ายขึ้น

ข.ลักษณะร่วมบางประการของว่าน ประเภทนั้นๆ  ย่อมบอกถึงสรรพคุณของว่านนั้นๆได้ เช่น

-กลิ่นหอม ย่อมมีคุณในทางเสน่ห์ เช่น ว่านกระแจะจันทน์, ว่านสาวหลง, มหาหงส์, เสน่ห์จันทร์ขาว, เสน่ห์จันทร์ทอง, ดอกทองต่างๆ มักหอมหยาดเยิ้ม, มหาอุดม, ว่านขอนดอก, เทพรำจวน, เทพรำลึก, ว่านสาลิกาลิ้นทองเนื้อมีกลิ่นหอม, ห้าร้อยนาง ฯลฯ

-สีสันโดดเด่น มักมีคุณทางเสน่ห์ เช่น ว่านจักพรรดิใบแล่นขาว, ว่านขุนแผนสามกษัตริย์ใบสีลวดลายสวยงาม, ว่านเฉลิมชัย

-สีแดง มักไปในทางอำนาจ  เป็นว่านชั้นสูง เช่น พระยาว่าน, จ่าว่าน, มหาปราบ ต้นออกแดง, ว่านญาณรังสี, ต้นว่านแสงอาทิตย์ ก้านใบลำต้นยอดแดงมีเทวดารักษา, เพชรนารายณ์ ดอกแดงมีเทวดารักษา

-สีแดง มักไปในทางอิทธิฤทธิ์ เช่น ผักเบี้ยโหรา ใช้ฆ่าปรอท, ว่านแสงอาทิตย์ อิทธิฤทธิ์มาก(เหาะเหินตาทิพย์), ว่านมหาเมฆ ฯลฯ

-สีแดง มักไปในทางคงกระพัน หนุมานนั่งแท่นชนิดแดง, กาสักแดง, เพชรม้าหยิกหัวมีสีแดงดุจเลือด

-สีขาว มักไปในทางเสน่ห์ เช่น ขมิ้นขาว, ดอกมหาหงษ์

-รสคัน มักมีสรรพคุณไปในทางคงกระพัน เช่น ว่านลิงดำ, คางคกน้อย, กาสักแดง, ว่านสบู่เหลือง, สบู่เลือดบอน, พระยามือลาย ฯลฯ

-กลิ่นรสไปทางยาสรรพคุณในทางยา รสเผ็ดร้อน บำรุงกำลัง เช่น ม้าห้อ, ว่านทรหด, เทพประสิทธิ์, ครรภมาลาขาว ฯลฯ

-กลิ่นรสสีเหลืองเหมือนขมิ้น มีสรรพคุณทางยา เช่น หนุมานยกทัพ แก้ปวดท้อง, ว่านเอ็นเหลือง, ว่านชักมดลูก, ขอทอง, วันทองห้ามทัพ, ว่านภาค ฯลฯ

-รสฉุนผ็ดร้อน มักมีสรรพคุณทางกำลังและคงกระพัน เช่น ครรถมาลา, ว่านกงจักรพระอินทร์, ว่านกระทู้ ๗ แบก(ใบบอน) ฯลฯ

-เกี่ยวกับปรอท ผีกลัว เช่น ว่าน พะตะบะ ผีกลัวมากเพราะเผ็ดร้อนมากแสดงถึงปริมาณธาตุปรอทสูง ว่านมเหศวร มีพรายปรอทเหมือนน้ำค้างจับอยู่ใบ ใช้ปราบผี ว่านที่มีธาตุปรอทมากจะมีคุณไปในทางฤทธิ์อำนาจ, กายสิทธิ์ เช่น นิลพัตร์ นอนบนไฟได้

-มียางเหนียว มักเกี่ยวกับกายสิทธิ์และปรอท, การเล่นแร่แปรธาตุ เช่น โรหิณี, ว่านอึ่ง, พระยากา(ยางเหมือนยางงิ้ว ใช้ฆ่าปรอท), พระยางู(ยางเหลือง ใช้ฆ่าปรอท),พระยาอังกุลี(ยางดำ)

-ว่านที่ฆ่าปรอทได้มักมีคำว่าพระยานำหน้า เช่น  ว่านพระยากลอย, พระยาริดตีนปู, พระยาแร้งแค้น, พระยาอังกุลี, พระยากา, พระยางู ฯลฯ เพราะปรอทเป็นของสูง ว่านที่ฆ่าปรอทได้ถือว่าศักดิ์ไม่ธรรมดา

-ว่านที่มีเสียงร้อง, ขยับได้ มีกายสิทธิ์จิตวิญญาณ เช่น พระยากระบือ, ลูกไก่ทอง, ช้อยนางรำ

-สีผิดปรกติมักเป็นอายุวัฒนะ และกายสิทธิ์ เช่น ไพลดำ, กระชายดำ, กระชายแดง, ไพลชมพู

-ว่านที่มีรสผิดจากปรกติมักเป็นด้านถอดถอนฤทธิ์ยา เช่น ว่านกลอยจืด, ว่านข่าจืด

-เรื่องรสของว่านที่มีผลกับสรรพคุณ สอดคล้องกับตำรายาไทย

– ฯลฯ

ลองทบทวนตามข้อ ก. และข้อ ข. นี้อีกครั้งในการศึกษากบิลว่าน   และไตร่ตรองตามจะทำให้เห็นภาพลักษณ์และจุดร่วมที่ชัดเจน ของว่านประเภทต่างๆ และจะแตกฉานในกบิลว่านมากขึ้นครับ

โดย อ.น. นักสิทธิอีสาน

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 2 คะแนนเฉลี่ย: 4.5]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.