๐๐๓ ไม่กล้าสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิ เพราะกลัวผี(ตอนที่ ๑)

ยามเย็นริมสระบัวหลวงใต้ร่มมะม่วงใหญ่ บทสนทนาระหว่างลุงกับหลาน

หลาน : วันก่อนลุงแนะนำให้สวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่ท่านสอนนั้น ผมไม่กล้าสวดอ่ะครับ

ลุง : หืม…ทำไมล่ะ นี่ของดีนะ ให้ของดีไม่เอาหรือ ?

หลาน : ก็เห็นคนเขาบอกว่าสวดแล้วจะมีผีมาขอส่วนบุญ ผมก็กลัวเขาจะมาขอน่ะครับ

ลุงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามเรียบเรียงในใจ ว่าจะอธิบายอย่างไรดี เพราะเรื่องนี้ดูจะละเอียดลึกซึ้งสักหน่อย

ลุง : ไม่ดีหรือเขามาขอ แสดงว่าเรามีบุญมาก คนมีบุญมากนี่ดีไม่ใช่หรือ?

หลาน : เปล่าครับ ที่ผมกลัวคือ กลัวผีเขาจะมาให้ผมเห็นน่ะครับ
ลุงยิ้มน้อยๆ แล้วอธิบาย

ลุง : มันยากนะ ที่ผีตนหนึ่งจะปรากฏกายให้คนเขาเห็นได้ มันต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง โอกาสที่คนจะเห็นผีได้นี่ หนึ่งในแสนในล้านเลยก็ว่าได้ สมัยก่อนลุงก็เคยกลัวผี แต่จนแล้วจนรอด ลุงแก่ปานนี้ ก็ยังไม่มีผีตนไหนสามารถมาปรากฎตัวให้ลุงเห็นแบบที่จินตนาการเอาไว้ได้เลย

หลาน : อ้าว ทำไมล่ะครับ เห็นในหนังผีนี่ ผีแต่ละตัวเก่งๆทั้งนั้น หลอกเก่งยังกะมืออาชีพ…ไม่รู้ไปเรียนวิชาหลอกหลอนคนมาจากไหน…

ลุง : (จากยิ้มน้อยๆเริ่มเป็นหัวเราะ) ก็นั่นมันหนัง ในหนังนั่นมันเลอะเทอะทั้งนั้น จริงๆชีวิตผีนี่รันทดนะ ไอ้จะหาเวลาจะไปล้อเล่นหลอกหลอน หรือตามแก้แค้นใครดังในหนังนั่นมันแทบเป็นไปไม่ได้ อืม..มันก็มีนะแต่มันน้อยมาก ใดๆในโลกนี้ไม่ตายตัว มีข้อยกเว้นเสมอ….

ชุดคาถามหาจักรพรรดิ

ต้องเข้าใจในเบื้องแรกก่อนนะ การที่ผีจะมาขอส่วนบุญใครได้นี่มันต้องมีปัจจัยและเงื่อนไข ประการแรกปัจจัยที่ตัวมนุษย์เอง เขาต้องมีบุญระดับหนึ่ง เป็นระดับจิตใจที่เป็นบุญ เพราะจิตใจที่เป็นบุญนี้เองในทางนามธรรม กายในหรืออาทิสมานกายเขาจะผ่องใส และมีแสงสว่างออกจากกายในนั้น ซึ่งผี เทวดา หรือสัตว์บางประเภท เช่น ช้าง (อ้างอิงเรื่องราวช้างไหว้หลวงปู่ดู่) เขาจะเห็นได้ ถ้ากายในผ่องใสขนาดนั้นเขาถึงจะมาขอส่วนบุญนะ คนที่ทำบุญแต่บุญยังไม่เข้าถึงระดับเปลี่ยนแปลงภายในนั้น เขาก็ไม่มาขอส่วนบุญหรอก เพราะบุญของเขาเองบางทียังเยอะกว่าเราเสียอีก เขาไม่เสียเวลามายุ่งกับเราหรอก เพราะสาบกายเนื้อของมนุษย์นั้น ผี เทวดา เขารู้สึกว่าเหม็นมาก เหมือนเราเหม็นหมาเน่านั่นแหละ ถ้าไม่มีกิจจำเป็นเขาไม่เข้าใกล้เราหรอก…นั่นหมายความว่า เราสวดมนต์นี่ มิใช่สวดมนต์วันเดียวแล้วเขาจะสนใจมารุมขอส่วนบุญเรานะ มันต้องอาศัยเวลา…มันต้องสะสมและรู้จักรักษาบุญนั้นไว้…

ปัจจัยที่สอง คือตัวผี หรือเทวดา ที่จะขอส่วนบุญ ต้องไม่อยู่ในภูมิที่ทุกข์เกินไป ไม่สุขเกินไป นั่นคือถ้าทุกข์เกินไป ใจก็จดจ่อในทุขเวทนานั้น ถ้าสุขเกินไปก็มัวแต่ติดสุขในสมบัติ อันมีวิมาน เป็นต้น ก็ไม่สนใจโลกภายนอกเขาเหมือนกัน
อีกประการ ตัวผี หรือเทวดานั้นต้องมีปัญญามากระดับหนึ่ง และมีมุทิตาจิตสูง ถ้ามีปัญญาน้อย ก็ไม่สนใจในบุญเหมือนกัน ยิ่งถ้ามีโมหะ หรือมีโทษะ เข้าครอบงำแล้วก็อาจจะกลายเป็น “เทวบุตรมาร” เข้าเสียอีก คือเห็นใครทำบุญหรือมีบุญไม่ได้ กลัวเขาจะเสมอหรือเหนือกว่า ก็เข้าไปขัดขวาง โดยเฉพาะเทวดาที่ในสมัยมนุษย์เดิมนั้นเป็นคนขี้อิจฉา เหมือนผีบางตัวที่โดนกรรมเก่าลิดรอนทำให้ถูกคนอื่นเขาฆ่าเสีย ก็ไปโกรธไปแค้นจองเวรจองกรรมเขา ทำให้ไม่มีเวลาสนใจในแสงสว่างแห่งบุญ สุดท้ายก็วนเวียนอยู่ในกองทุกข์ตรงนั้น นานทีเดียวกว่าจะหลุดพ้น…
ม่ะ…ไปเก็บมะม่วงอกร่องสุกมาปอกกินกันก่อน แล้วลุงจะเล่าว่า วิธีที่ผีจะปรากฏกายให้เห็นได้นั้นน่ะต้องมีเหตุและปัจจัยอะไรบ้าง จะได้รู้ว่ามันยากขนาดไหน

หลาน : ครับ …

ด้วยความอยากรู้ หลานชายวัยรุ่น รีบกุลีกุจอไปเด็ดมะม่วงสุกให้ลุงผู้เฒ่ารับประทาน ที่ใต้ร่มเงาไม้ยามเย็น อันมีลมพัดแผ่วเบา…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ผู้กองอรรถ
๕ พ.ค.๕๗

อ้างอิง

ทีมงาน: ssbedu.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook
คะแนนเฉลี่ยที่ผู้อ่านให้
[จำนวนผู้โหวต: 1 คะแนนเฉลี่ย: 5]
Bookmark the permalink.

Comments are closed.